องค์ประกอบที่ 1  
  องค์ประกอบที่ 2  
  องค์ประกอบที่ 3  
  องค์ประกอบที่ 4  
  องค์ประกอบที่ 5  
 
 
 
   
   
  ประวัติคณะการแพทย์แผนจีน

           วิทยาลัยนครราชสีมา เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ก่อตั้งโดยคณะผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐ การจัดการศึกษาด้านพณิชยการ ธุรกิจพยาบาล อาชีวศึกษา โดยการก่อตั้งโรงเรียนพณิชยการสุโขทัยที่เปิดสอนด้านพณิชยการ ธุรกิจพยาบาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ณ กรุงเทพมหานคร และปัจจุบันคือ วิทยาลัยเทคโนโลยีสุขภาพและบริการกรุงเทฯ (Bangkok Health And Services Technological College) และก่อตั้งโรงเรียนเทคโนโลยีชนะพลขันธ์นครราชสีมา ที่เปิดสอนหลักสูตรอาชีวศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ณ จังหวัดนครราชสีมา และปัจจุบันคือ วิทยาลัยเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ นครราชสีมา (Chanapollakhan Technogical College Nakhonratchasima) ด้วยความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการจัดการศึกษาให้กับเยาวชนของชาติ คณะผู้บริหารพณิชยการสุโขทัย และเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ จึงได้ก่อตั้งสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้น โดยได้ดำเนินการเสนอเรื่องเพื่อขออนุญาตจัดตั้งวิทยาลัยนครราชสีมาจากกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ในพื้นที่กว่า 21 ไร่ ณ บริเวณ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2545 โดยพระราชวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี การจัดวางผังบริเวณเป็นไปอย่างสวยงาม มีอาคารเรียนขนาดใหญ่สูง 9 ชั้น สนามกีฬามาตรฐานและพื้นที่จัดกิจกรรมนันทนาการที่วางไว้อย่างสวยงามเหมาะสม โดยสถาบันแห่งนี้จะเน้นในการขยายโอกาสทางการศึกษาและเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถที่จะเรียนได้ด้วยค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพ

           วิทยาลัยนครราชสีมา หรือ NMC ได้รับการอนุมัติจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2547 มีความมุ่งมั่นและนโยบายในการจัดการศึกษาที่เป็นเลิศในศาสตร์เฉพาะทาง คือ ในด้านสุขภาพและบริการ ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการอย่างสูงในการพัฒนาประเทศ รัฐบาลได้มีนโยบายและแผนงาน ระยะยาวที่ชัดเจนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และนำรายได้เข้าประเทศด้วยการส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว การจัดการขนส่ง และด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของไทย และขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนของชาติ วิทยาลัยนครราชสีมา จึงได้ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ของวิทยาลัย คือ “สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำด้านสุขภาพและบริการ” ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปตามภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้แก่ การให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมชาติ (พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546:3)

           ปีพุทธศักราช 2549 วิทยาลัยนครราชสีมาได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเปิดหลักสูตรสาขาวิชาการแพทย์แผนจีนขึ้นที่วิทยาลัยนครราชสีมา

           คณะการแพทย์แผนจีน เปิดสอนหลักสูตรวิชาการแพทย์แผนจีนในปีการศึกษา 2552 เนื่องจากการแพทย์แผนจีนเป็นการแพทย์ที่มีประวัติยาวนานมากว่าห้าพันปี เป็นการแพทย์ที่ชนชาติจีนได้สั่งสมประสบการณ์การดูแลสุขภาพมาแต่โบราณ การแพทย์แผนจีนได้เข้าร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพประชาชนไทย โดยผ่านการอพยพของคนจีนเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิมาตั้งแต่ยุคสมัยของกรุงสุโขทัย การแพทย์แผนจีนโบราณ หรือ TCM (Traditional Chinese Medical) เป็นระบบบำบัดรักษาความเจ็บป่วยที่ละเอียดลึกซึ้งและสมบูรณ์แบบ การตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยโรคจะต้องกระทำโดยการซักประวัติผู้ป่วย การสังเกตวิเคราะห์ส่วนต่างๆของร่างกาย การสัมผัสและการจับจังหวะชีพจร ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยความละเอียดลออและความชำนาญพิเศษ ส่วนการรักษาประกอบด้วย การเลือกอาหาร การนวด การฝังเข็ม การดื่มชาสมุนไพรต่างๆ รวมทั้งยาจากสัตว์ด้วย

           ในปีการศึกษา 2552 วิทยาลัยนครราชสีมาได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ คุนหมิงและมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียน การสอนในศาสตร์การแพทย์แผนจีน

           ในปีการศึกษา 2553 วิทยาลัยนครราชสีมาได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนในศาสตร์การแพทย์แผนจีนอีกด้วย ในปีการศึกษา 2555 คณะการแพทย์แผนจีนได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF)

           ในปีการศึกษา 2556 คณะการแพทย์แผนจีนได้เปลี่ยนชื่อคณะจากเดิมคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพเปลี่ยนเป็นคณะการแพทย์แผนจีน ตามมติที่ประชุมสภาวิทยาลัยนครราชสีมา ครั้งที่ 1 ปีการศึกษา 2556 สำหรับการแพทย์แผนจีนในประเทศไทยได้มีการให้บริการในประเทศไทยมานานแล้วในกลุ่มชาวจีนต่อมาได้ขยายความนิยมมาสู่คนรุ่นใหม่โดยทั่วไปที่นิยม การใช้ยาสมุนไพรมากกว่าการใช้ยาที่ได้จากการสังเคราะห์และผู้ที่มองหาการแพทย์ทางเลือกต่างหากจากการแพทย์แผนปัจจุบัน

           คณะการแพทย์แผนจีน เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะให้บริการรักษาสุขภาพ การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพกับประชาชนทั่วไปด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ตามที่รัฐบาลมีโยบายให้ประชาชนคนไทยสามารถเลือกวิธีการรักษาสุขภาพของตนได้ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้การแพทย์ทางเลือกเป็นการแพทย์ที่ประชาชนสามารถเลือกรักษาสุขภาพตนได้ ซึ่งศาสตร์การแพทย์แผนจีนจัดเป็นการแพทย์ทางเลือกศาสตร์หนึ่งที่ประชาชนคนไทยนิยมเลือกใช้รักษาสุขภาพของตนเอง คณะการแพทย์แผนจีนจึงจัดให้มีการเรียนการสอนการแพทย์แผนจีนขึ้นเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าวเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  ตราประจำคณะ
   
  ปรัชญาของคณะ

           “ปฏิบัติรักษาตามแนวทางแพทย์แผนจีน มีคุณธรรมและจรรยาบรรณในวิชาชีพ”

   
  วิสัยทัศน์

           “คณะการแพทย์แผนจีน จะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพให้บริการแก่สังคม”

   
  พันธกิจ

           “ผลิตบัณฑิตทางการแพทย์แผนจีน ตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งภาครัฐ และเอกชน”

   
  วัตถุประสงค์
      ผลิตบัณฑิตสาขาวิชาการแพทย์แผนจีนให้ได้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้
  1. มีความรู้ความสามารถและทักษะพื้นฐานทางวิชาชีพตามเกณฑ์มาตรฐานของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน
  2. มีความรู้ความสามารถในการตรวจ วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย
  3. มีความรู้ความสามารถในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาศาสตร์การแพทย์แผนจีน
  4. มีคุณธรรมและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนจีน
  5. มีความสามารถปฏิบัติงานร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพและผู้ประกอบโรคศิลปะอื่นๆได้อย่างเหมาะสมเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิผล ปลอดภัย และประหยัด
   
  ความสำคัญ
      หลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต มีความสำคัญดังนี้ คือ
  1. เพื่อให้ความรู้และพัฒนาวิชาการ วิชาชีพแก่ผู้เรียนให้เป็นบัณฑิตที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติทางด้านวิชาการ วิชาชีพ ตามอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของวิทยาลัยนครราชสีมา
  2. เพื่อผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาชีพด้านการแพทย์แผนจีนให้มีความรู้ มีทักษะและศักยภาพตามมาตรฐานด้านวิชาชีพ สามารถประกอบอาชีพ และแข่งขันในตลาดแรงงานได้ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและต่างประเทศ
  3. มุ่งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ เครือข่ายด้านวิชาการและวิชาชีพระหว่างสถานบันการศึกษากับสถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐอย่างยั่งยืน